<div> </div>
<div> </div>
<div><a onclick="return top.js.OpenExtLink(window,event,this)" href="http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01act03170352&amp;sectionid=0130&amp;day=2009-03-17" target="_blank">http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01act03170352&amp;sectionid=0130&amp;day=2009-03-17</a></div>

<div> </div>
<div>
<table cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%" border="0">
<tbody>
<tr>
<td>
<td valign="top" align="left"><font face="Tahoma," size="3"><font size="2"><font class="size2">วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11329 มติชนรายวัน</font><br><br></font><font class="size4" color="#000000"><br><b><font size="5">แผนการล้มระบอบประชาธิปไตย แบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข</font></b></font><br>
<br><font class="size3" color="#000000">โดย วสิษฐ เดชกุญชร<br><br></font><br><br>ใน มติชน ฉบับวันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2551 ผมเขียนเรื่อง &quot;หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์&quot; เพื่อเตือนท่านผู้อ่านให้รู้ว่า คนไทยบางคนมีพฤติการณ์ลบหลู่หรือหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ อาจเป็นเพราะหลงเชื่อตามวิชาการฝรั่งที่ตนได้เรียนมา ในบทความนั้น ผมได้เรียกร้องให้ญาติมิตรช่วยกันเตือนห้ามปราม ให้คนไทยประเภทนั้นยุติพฤติการณ์ของตน<br>
<br>มาถึงวันนี้ สามเดือนให้หลัง ผมแน่ใจเสียแล้วว่า พฤติการณ์ลบหลู่หรือหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์นั้น เป็นแต่เพียงส่วนหนึ่งของแผนการที่ใหญ่และล้ำลึกกว่านั้น<br><br>แผนการที่ว่านี้ คือแผนการล้มการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข<br>
<br>ที่ผมสงสัยเช่นนี้ก็เพราะว่า การลบหลู่และหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ที่เกิดขึ้นแล้วนั้น แม้จะดูเหมือนต่างคนต่างกลุ่มต่างทำ แต่ก็เกิดพร้อมหรือในเวลาไล่เรี่ยกัน เหมือนนัดหรือมีคนบงการหรือประสานงาน ทั้งยังเป็นไปอย่างต่อเนื่องด้วย เริ่มเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2551 เมื่อสิ่งพิมพ์ต่างประเทศบางฉบับปรักปรำพระมหากษัตริย์ด้วยข้อเขียนที่ก้าวร้าว พร้อมๆ กับที่ &quot;นักวิชาการ&quot; ฝรั่งระดับศาสตราจารย์ซึ่งเคยเป็นที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ก็เขียนและเผยแพร่บทความโจมตีพระมหากษัตริย์ในทำนองเดียวกัน และยังมีพฤติการณ์อย่างอื่นของคนกลุ่มอื่น รวมทั้งชาวต่างประเทศ ที่ดูเหมือนจะทำโดยเจตนาจะให้เห็นว่า การปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเป็นอุปสรรคของการ &quot;พัฒนา&quot; ประชาธิปไตยในเมืองไทย<br>
<br>เมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้เอง &quot;นักวิชาการ&quot; ไทยและฝรั่งกลุ่มหนึ่ง นำโดยคนไทยที่ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในอเมริกา ได้เข้าชื่อกันมีจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้มีการปฏิรูปกฎหมายอาญา ในส่วนที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ที่เรียกเป็นภาษาฝรั่งว่า lese majeste จดหมายฉบับนี้ เรียกร้องให้ยุติมาตรการปราบปรามบุคคล เว็บไซต์ และการแสดงความคิดเห็น &quot;โดยสันติ&quot; และเจาะจงขอให้ปฏิรูปกฎหมายที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ เพื่อป้องกันการข่มเหงรังแก ซึ่งผู้เขียนอ้างว่าอาจจะทำลายชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศไทยและพระมหากษัตริย์ ยิ่งกว่านั้น ผู้เขียนจดหมายยังเรียกร้องให้มีการถอนฟ้องผู้ต้องหาว่าหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ และให้ปล่อยตัวผู้ที่ต้องคำพิพากษาแล้ว โดยเหตุผลว่าคนเหล่านั้น &quot;ถูกกล่าวหาดำเนินคดีเพราะแสดงความคิดเห็นของตน&quot; ซึ่งไม่ควรถือเป็นอาชญากรรม<br>
<br>การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า constitutional monarchy นั้น ถ้าแปลตรงๆ ตามคำภาษาอังกฤษก็ควรจะแปลว่าระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ คือเป็นระบอบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงมีพระราชอำนาจอย่างสมบูรณ์ ไม่เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (absolute monarchy) แต่พระราชอำนาจถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญ<br>
<br>รัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นกฎหมายแม่บท สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน โดยผ่านรัฐสภา ใน พ.ศ.2475 เมื่อ &quot;คณะราษฎร์&quot; ทำการปฏิวัติสำเร็จ และยึดอำนาจการปกครองจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ กลุ่มผู้ยึดอำนาจเองเห็นว่า เมืองไทยยังต้องมีพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้น จึงเปลี่ยนระบอบการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ<br>
<br>ตั้งแต่นั้นมาจนถึงบัดนี้ รัฐธรรมนูญไม่ว่าฉบับใด ร่างโดยใคร ก็ยังธำรงระบอบนี้เอาไว้ แสดงว่าประชาชนคนไทยทั้งชาติยังเคารพสักการะและต้องการให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ รัฐธรรมนูญจึงต้องสะท้อนความเคารพสักการะนั้น และจึงต้องระบุไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้<br>
<br>มาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญา ที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก็เป็นไปตามนัยของรัฐธรรมนูญ หรือเจตนารมณ์ของประชาชนนั่นเอง<br><br>
ใครที่อยากล้มระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญย่อมทำได้ง่ายนิดเดียว ด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญเสียใหม่ อย่าให้มีพระมหากษัตริย์<br><br>แต่ที่ทำไม่ได้ก็เพราะประชาชนคนไทยทั้งชาติ เขายังเคารพสักการะ เห็นความสำคัญ และยังต้องการให้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอยู่ เมื่อการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ให้มีบทบัญญัติเช่นนั้นทำไม่ได้ ผู้ต้องการล้มระบอบราชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญก็ย่อมต้องหาและใช้กลวิธีอื่นที่มันนึกว่าลึกซึ้ง แนบเนียน และแยบยลกว่า<br>
<br>เช่นอาศัยหรือจ้างสื่อและ &quot;นักวิชาการ&quot; ต่างชาติหรือครึ่งชาติ ที่ขายข่าว ขายตัว หรือขายชาติ เรียกร้องสิทธิเสรีภาพโดยอ้างแบบหรือวัฒนธรรมต่างชาติ<br><br>หรือพูดให้เป็นข่าว เพื่อให้เข้าใจผิดๆ ว่าพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสมบูรณ์ อาจพระราชทานอภัยโทษให้ได้ แม้แก่อาชญากรที่กระทำความผิดแล้วหลบหนีคดีอาญา <br>
<br>หรือพูดให้เป็นข่าว เพื่อให้เข้าใจผิดๆ ว่า พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจสมบูรณ์ อาจลบล้างได้แม้คำพิพากษาของศาลยุติธรรม ที่พิพากษาลงโทษอาชญากรไปแล้ว<br><br>คนไทยที่ยังเคารพสักการะ มีศรัทธา และเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นหลักประกันประชาธิปไตยและความสงบสุขของบ้านเมือง จึงควรตระหนัก ตื่นตัว ไม่นิ่งดูดาย และต้องติดตามจับตาดูพฤติการณ์เช่นว่านี้ให้ใกล้ชิด<br>
<br>ในขณะเดียวกัน ก็จะต้องทำทุกวิถีทุกวิธี ที่จะผดุงธำรงระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเอาไว้ ด้วยการเปิดเผยตัว แสดงความเห็น ตอบโต้ด้วยเหตุผล และเผยแพร่เหตุผลของตน เผยแพร่พระบารมีและพระราชกรณียกิจแห่งพระมหากษัตริย์ ที่ได้พิสูจน์แล้วด้วยกาลเวลาว่า มีแต่คุณประโยชน์และไม่เคยเป็นโทษแก่บ้านเมือง<br>
<br>อย่ายอมให้คนอสัตย์ที่เรียกตัวว่าไทยแต่ใจทาส ทำลายสิ่งที่เราเชื่อว่ามีคุณค่าควรแก่การรักษาไว้คู่บ้านคู่เมืองได้</font><br><br><font face="Tahoma," size="2">หน้า 6</font><br></td></td></tr></tbody></table></div>